ไล่ให้ไกล ❝ สิว ❞ ตัวปัญหา

6

สิว สิว สิว

ไม่อยากเป็นสิวเลย ทำอย่างไรดี ❝ สิว ❞ สร้างปัญหาให้กับทั้งชายและหญิงเลยนะคะ ไม่ว่าจะเม็ดเล็กหรือเม็ดใหญ่ จะอักเสบมากหรืออักเสบน้อย ก็คงไม่มีใครอยากให้ผุดขึ้นบนใบหน้าสวยใช่ไหมคะ  แต่ถ้าเราไม่สามารถเลี่ยงได้ ก็คงต้องเดินหน้ารักษาสิวให้หายและไม่ทิ้งร่องรอยไว้บนใบหน้าของเราสิว

เราสามารถแบ่งชนิดของสิวได้ 6 ชนิด คือ

  1. สิวหัวดำ Blackheads เป็นสิวที่มีหัวสีดำ เกิดจาการต่อมขุมขนสร้างเม็ดสีขึ้นทำให้เกิดสีดำ
  2. สิวหัวขาว whiteheads จะเป็นลักษณะสิวไม่มีหัว เมื่อบีบจะไม่มีอะไรออกมาเนื่องจากไม่มีรูเปิดของต่อน้ำมันสู่ผิวหนัง
  3. จะเป็นตุ่มขึ้นมา papules และมีการอักเสบของผิวหนังโดยรอบ เมื่อกดจะรู้สึกเจ็บ
  4. จะเป็นตุ่มเหมือนยpapules แต่จะมีหนองที่ยอดตุ่มคะ
  5. ใต้ผิวหนังจะเป็นก้อน nodules เมื่อกดจะรู้สึกเจ็บ
  6. ลักษณะcysts เป็นชนิดที่รุนแรงที่สุด จะเกิดสิวอยู่ภายในcyst และสิวประเภทนี้อาจทำให้เกิดแผลเป็นได้คะ

สำหรับการรักษาสิวนั้นก็จะแตกต่างกันตามชนิดของสิวและความรุนแรงที่เกิดขึ้นคะ  การรักษาสิวโดยอาศัยยาซึ่งจะทำหน้าที่ในการลดการอุดตันของต่อมขุมขน ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดการสร้างไขมัน และลดผลกระทบจากฮอร์โมน

การใช้ยารักษาสิวแบบทานั้นมีตัวยาอยู่หลายชนิด เช่น

  • Benzoyl peroxide เป็นยาทาสำหรับสิวหนองที่มีขนาดเล็ก ยาตัวนี้จะเข้าไปลดการสร้างไขมันและยับยั้งการเกิดเชื้อแบคทีเรีย P.acnes ยาชนิดนี้จะมีระดับความเข้มข้นขอยาระบุไว้ตั้งแต่ 5 % ขึ้นไป ซึ่งการใช้ควรเริ่มจากค่าเปอร์เซนต์ต่ำก่อนคะ ยาตัวนี้จะสร้างความระคายเคืองให้กับผิว ผิวจะลอกภายใน 3-4 วัน และอาจมีอาการแสบร้อนหลังการทา
  • Retinoin ยาตัวนี้ใช้สำหรับสิวที่รุนแรงปานกลางและมาก ยาจะทำให้รูขุมขุนเปิดและกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ใหม่ ยาชนิดนี้มีทั้งแบบน้ำ ครีม และเจล ใช้วันละครั้งก่อนนอน หรือ 2-3 วันครั้ง ในช่วงแรกของการทายาผิวจะแดง เป็นขุย ให้ใช้ต่อไปห้ามหยุด ใช้เวลาตั้งแต่ 2-6 สัปดาห์ ยาตัวนี้มีผลข้างเคียงคือ เมื่อถูกแสงแดดจะมีผื่นแดงมาก ผิวบวม พอง ปวดบริเวณที่มีสิวเพิ่มขึ้น เป็นต้น จึงควรหลีกเลี่ยงการโดนแดดจัด และไม่ควรทายาเกินคำสั่งของแพทย์คะ
  • Azelaic acid มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุการเกิดสิวและการเกิดการอุดตัน ยาชนิดนี้เหมาะกับผู้ที่เป็นสิวที่รุนแรงน้อยจนถึงปานกลาง ยาชนิดนี้มีผลทำให้ผิวแห้ง เป็นขุย ปวดแสปวดร้อน ใช้ทาวันละ 2 ครั้ง และจะเห็นผลเมื่อผ่านไปประมาณ 1 เดือนคะ

นอกจากนี้ยาสำหรับใช้รักษาสิวก็มีแบบรับประทานด้วยนะคะ เช่น

  • ยาคุมกำเนิด สาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวคือการที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง สิว เกิดจากฮอร์โมนแอนโดรเจนหรือฮอร์โมนเพศชาย เมื่อระดับฮอร์โมนที่สูงก็จะไปกระตุ้นต่อมไขมันผลิตไขมันซีบัมมากขึ้น ทำให้เกิดสิวอุดตัน  ดังนั้นยาคุมที่สามารถรักษาสิวได้จึงต้องเป็นแบบฮอร์โมนรวม
  • ยาอนุพันธ์ของวิตามินเอ (Oral isotretinoin) ใช้สำหรับผู้ที่มีสิวชนิดรุนแรง ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีปกติ โดยยาชนิดนี้จะลดการสร้างไขมัน อย่างไรก็ตามยาชนิดนี้มีผลข้างเคียงค่อนข้างมากและรุนแรง จึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนังอย่างใกล้ชิด ผู้ที่รับประทานยาชนิดนี้พบผลข้างเคียง ได้แก่ ผิว ริมฝีปากและตาแห้ง ไขมันในเลือดสูง อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้าและมีความคิดจะทำร้ายตัวเอง และหากใช้ในผู้หญิงตั้งครรภ์อาจทำให้ทารกพิการแต่กำเนิดได้นะคะ

การซื้อยามาทาหรือรับประทานเองอาจจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวเพียงเล็กน้อย แต่สำหรับผู้ที่เป็นสิวขั้นรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยตรงดีกว่านะคะ หน้าจะได้ไม่พังด้วยคะ